7

คนเราไม่ได้เก่งมาตั้งแต่เกิดหรอกค่ะ ผู้เขียนเองก็เช่นกัน ตอนสมัยประถม-มัธยม วิชาภาษาอังกฤษเข้าขั้นแย่ ทว่าคุณพ่อใส่ใจในภาษาเลยส่งเราไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ กลับมาเลยพอมีวิชาติดตัวใช้เป็นอาชีพได้จนวันนี้

ในช่วงที่ไปแลกเปลี่ยนนั้น โรงเรียนที่นั่นจัดให้เราเรียน English Second Language เป็นวิชาภาษาอังกฤษสำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง และมีอยู่หัวข้อหนึ่งเป็นเหมือนบันไดก้าวสำคัญที่ยกระดับการเรียนภาษาอังกฤษของผู้เขียนขึ้นมากเลยค่ะ ผู้เขียนจึงหวังว่า ความรู้จุดนี้เองจะช่วยเหลือผู้อ่านในการอ่านภาษาอังกฤษจนถึงงานแปลด้วยเช่นกันค่ะ

โดยทั่วไป เราอาจมองว่า แค่รู้คำศัพท์และความหมายก็น่าจะแปลได้แล้ว แต่บางครั้ง เราอาจเจอประโยคที่เราคิดว่ารู้ความหมายทุกคำ แต่ทำไมยังอ่านแล้วไม่เข้าใจและแปลผิดขึ้นมาได้ สาเหตุเป็นเพราะเราอาจจะยังไม่รู้จักส่วนประกอบของประโยคที่เวลาอ่านไม่ได้ตีความจากหน่วยคำ ๆ เดียว แต่ต้องตีความเป็นกลุ่มคำ ได้แก่

  1. กริยาวลี (Phrasal verb)
  2. สำนวน (Idiom)

เราจะมาดูรายละเอียดและตัวอย่างกัน

  1. กริยาวลี (phrasal verb) คือ กลุ่มคำกริยา มี 3 โครงสร้าง ได้แก่

1.1 คำกริยา + คำบุพบท เช่น

- Get up

I get up at 7 o'clock in the morning

"get up" คงเป็น phrasal verb หนึ่งที่ทุกคนคุ้นเคยดี เพราะคงไม่มีใครแปลว่า รับขึ้น แต่แปลว่า ตื่นขึ้น ดั้งนั้นประโยคนี้จึงแปลว่า

"ฉันตื่นตอน 7 โมงตรงในตอนเช้า"

 

-Look after

Look after the milk on the stove. Don't let it bubble over.

ถ้าแปลแยกกัน look แปลว่า ดู after แปลว่า หลัง ฟังแล้วคงไม่เข้าใจ จริงๆ แล้ว look after ในที่นี้แปลว่า ดูแล

แปลทั้งประโยคจะได้ว่า "ดูนมที่อยู่บนเตาด้วย อย่าปล่อยให้เดือดจนล้น"

 

1.2 คำกริยา + คำวิเศษณ์ เช่น

- look up

I don't understand a term, so I look it up in the dictionary.

ถ้าแปลวลีนี้ว่า มองขึ้น แล้วจะไม่เข้าใจความหมายเลย ที่จริงแล้วคำนี้ควรแปลว่า "ค้นหา" ดังนั้นประโยคนี้จึงแปลได้ว่า "ฉันไม่เข้าใจคำศัพท์คำหนึ่ง ฉันเลยค้นหาความหมายในพจนานุกรม"

 

1.3 คำกริยา + คำวิเศษณ์ + คำบุพบท เช่น

- put up with

I couldn't put up with the noise any longer

วลีนี้ไม่ได้แปลว่า หยิบขึ้นกับ แต่แปลว่า ทนได้ ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายความว่า "ฉันทนเสียงรบกวนต่อไปไม่ไหวแล้ว"

 

- look down on

The other children looked down on her because her parents were poor.

ถ้าแปลวลีนี้ว่า มองลง ก็คงไม่เข้าใจ ที่จริงแล้วคำนี้มีความหมายว่า "ดูถูก" ดังนั้นประโยคนี้จึงแปลได้ว่า "เด็กคนอื่นๆ ดูถูกเธอเพราะพ่อแม่ของเธอจน"

 

  1. สำนวน (Idiom) คือวลีที่มีคำหลายคำรวมกัน แต่ไม่ได้สื่อความหมายตรงไปตรงมา เช่น

- A piece of cake

The exam yesterday was a piece of cake.

ประโยคนี้ถ้าแปลตรงตัวจะได้ว่า "การสอบเมื่อวานเป็นเค้กชิ้นหนึ่ง" แต่จริง ๆ แล้ว A piece of cake เป็นสำนวนที่แปลว่า ง่ายดาย

สำนวนนี้ยังเข้ากับสำนวนติดปากที่คนไทยใช้กันบ่อย ๆ ด้วย เช่น ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก, ง่ายเหมือนแช่แป้ง

ดังนั้น ประโยคนี้จึงแปลได้ว่า การสอบเมื่อวานง่ายมาก

 

A piece of cake น่าจะเป็นสำนวนที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ทันทีที่เห็นก็สามารถเข้าใจความหมายระหว่างบรรทัดได้ทันที แต่ยังมีอีกหลายสำนวนที่คนไทยอาจไม่คุ้นเคย แต่เจ้าของภาษาใช้กันในชีวิตประจำวัน เช่น

 

- used to

I used to drink a lot of coffee, but it had a negative effect on my sleep.

ไม่ได้แปลว่า "ฉันใช้ดื่มกาแฟมาก" แต่ "used to" เป็นสำนวนแปลว่า "เคย" ดังนั้น ประโยคนี้จึงแปลว่า "ฉันเคยดื่มกาแฟมาก แต่กาแฟส่งผลเสียกับการนอนของฉัน" (ก็เลยเลิกดื่มไปแล้ว)

 

- get used to

I typically don’t wake up this early, but I’ll get used to it after a week or so.

ไม่ได้แปลว่า ฉันไม่ได้ใช้มันหลังจากผ่านไปสักสัปดาห์ แต่คำว่า "get used to" คำนี้แปลว่า คุ้นเคย ดังนั้น ประโยคนี้จึงแปลว่า "ปกติฉันไม่ได้ตื่นเช้าขนาดนี้ แต่ฉันเริ่มคุ้นเคยหลังผ่านไปสักหนึ่งสัปดาห์"

 

- Call it a day

So if we didn’t complete the puzzle today, let’s call it a day and come back again tomorrow.

Call it a day แปลตรงตัวแล้วน่าจะงง เรียกวันอะไร ไม่เข้าใจเลย ที่จริงแล้ววลีนี้แปลว่า หยุดทำงาน เลิกทำงานวันนี้ ประโยคนี้จึงแปลว่า "ถ้าวันนี้เราต่อจิ๊กซอไม่เสร็จ วันนี้ก็พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน แล้วค่อยกลับมาทำต่อพรุ่งนี้"

 

ประยุกต์ใช้

เมื่อทราบเทคนิคนี้แล้ว ในกรณีที่เราทำงานจริง หากเจอส่วนใดที่ติดขัดแล้วรู้สึกอ่านไม่รู้เรื่อง แทนที่จะแปลทีละคำ เราควรเลือกวลีที่อยู่ติดกันไปหาความหมายใน google ได้ เช่น

Police arrested four men in connection with the robbery.

"in connection with" ผู้เขียนเคยเห็นการแปลเป็น เชื่อมโยงกับ แต่ถ้าหากยก "in connection with" ไปค้นหาความหมาย เราจะทราบว่า วลีนี้ที่จริงแล้วแปลว่า "เกี่ยวกับ" ดังนั้นประโยคนี้จึงควรแปลว่า "ตำรวจจับกุมชายสี่คนที่เกี่ยวข้องกับการปล้นได้"

ผู้เขียนแนะนำให้ค้นหาความหมายจาก dictionary ภาษาอังกฤษ เช่น Cambridge, Longman, thefreedictionary.com เป็นต้น จะได้ความหมายที่ตรงกว่าการพึงพา dict.longdo.com เพียงอย่างเดียว

 

การแปลสำนวน

นอกจากภาษาอังกฤษจะมีสำนวนแล้ว ภาษาไทยก็มีสำนวนเช่นกัน การเลือกแปลสำนวนให้ถูกต้องตรงใจคนไทย ก็ทำให้ผลงานสละสลวยและผู้อ่านมีอรรถรสในการอ่านมากขึ้น เช่น

 

- Caught Red-Handed

The police caught him red-handed selling drugs.

แน่นอนว่า สำนวนนี้ไม่ควรแปลว่า จับมือแดง เพราะคนอ่านภาษาไทยคงไม่เข้าใจ แต่สำนวนนี้มีสำนวนภาษาไทยที่มีความหมายตรงกันคือ "จับได้คาหนังคาเขา" ประโยคนี้จึงควรแปลว่า "ตำรวจจับเขาได้คาหนังคาเขาตอนกำลังค้ายาเสพติด"

 

- two pea in a pod

Lisa and her best friend could be two peas in a pod.

สำนวนนี้แปลว่า สนิทกันมากเหมือนเม็ดถั่วในฝักเดียวกัน และภาษาไทยก็มีสำนวนที่มีความหมายคล้ายคลึงกันคือ "เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย" ประโยคนี้จึงแปลได้ว่า "ลิซ่ากับเพื่อนสนิทของเธอสนิทกันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย"

แน่นอนว่า การที่จะเห็นวลีเหล่านี้แล้วเข้าใจได้ทันที อาจต้องใช้การสั่งสมประสบการณ์ ค่อยๆ จดจำและเก็บคลังคำศัพท์ไว้จำนวนมาก เราก็จะเข้าใจข้อความได้ง่ายขึ้น

สรุป

ในภาษาอังกฤษ หลายครั้งที่เราต้องตีความจากกลุ่มคำหลายๆ คำเพื่อที่จะทราบความหมายที่ถูกต้อง แทนที่จะตีความหมายทีละคำ โดยวันนี้เราได้เรียนรู้ 2 ประเภทใหม่ ได้แก่ กริยาวลี (phrasal verb) และสำนวน (Idiom) โดยเราควรหาความหมายที่เทียบเคียงกันได้ในภาษาไทย เพื่อให้ผู้อ่านฉบับแปลเข้าใจสิ่งที่ต้นฉบับต้องการสื่อมากที่สุด

หวังว่าบทความนี้จะช่วยเพิ่มเทคนิคการอ่านและการแปลให้ผู้อ่าน หากใครเคยพบเจอสำนวนแปลกๆ หรือพบปัญหาในการแปลอะไรที่น่าสนใจก็ลองแสดงความคิดเห็นหรือถามกันเข้ามาได้นะคะ

0 comments

Please sign in to leave a comment.